Smart Watch
โลกเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21 นี้เกิดอุปกรณ์ที่ใช้คำว่าสมาร์ท( Smart) ขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน หรือแม้แต่ สมาร์ททีวี ที่ผมเคยกล่าวถึง เมื่อเรามีโทรศัพท์ฉลาด มีทีวีฉลาด อีกอย่างหนึ่งที่เกิดตามมาด้วย ก็คือ นาฬิกาฉลาด หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Smart Watch (สมาร์ทวอทช์)
สมาร์ทวอทช์ ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นนาฬิกาที่ทำอะไรได้มากกว่าการบอกเวลา โดยเป็นนาฬิกาที่มีกล้องถ่ายรูป สามารถตอบรับสายโทรศัพท์เรียกเข้าได้ สามารถรับส่งอีเมลล์หรือเชื่อมต่อกับโซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ เช่น เฟซบุ้ก ทวิตเตอร์อินสตาแกรม ได้ รวมถึงความสามารถในการลงแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมต่าง ๆ อีกมากมาย
ผู้อ่านบางคนอาจจะเพิ่งรู้จักกับสมาร์ทวอทช์ แต่จริง ๆ แล้วสมาร์ทวอทช์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการวิจัยพัฒนามาระยะหนึ่งแล้ว จนกระทั่งกลายมาเป็นตัวสินค้าที่ออกขายได้จริง ซึ่งการแข่งขันในแวดวงสมาร์ทวอทช์นั้นร้อนแรงน่าติดตามมากครับ มีสมาร์ทวอทช์ที่น่าสนใจใหม่ ๆ ทยอยออกมาจากบริษัทผู้ผลิตหลากหลายเจ้าที่เข้ามาเล่นตลาดนาฬิกาฉลาดนี้
สมาร์ทวอทช์ที่โด่งดังเป็นตัวแรก ๆ เลยก็คงหนีไม่พ้น i'M Watch ของบริษัท Blue Sky ประเทศอิตาลี ซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ในตอนเปิดตัวนั้นสามารถเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยทีเดียวครับ เพราะเป็นสมาร์ทวอทช์ตัวแรก ๆ ที่ทำงานได้ค่อนข้างสมบูรณ์ เช่น การเชื่อมต่อกับระบบบลูทูธ (Bluetooth) เวลามีสายเรียกเข้าก็สามารถรับจากนาฬิกาได้ กดเบอร์โทรออกจากหน้าจอสัมผัสได้ เวลามีข้อความจากเอสเอ็มเอส อีเมล หรือโซเชียลต่าง ๆ เข้ามาก็จะเด้งขึ้นมาที่นาฬิกาของเรา รวมถึงความสามารถในการเชื่อมนาฬิกาเข้ากับเครื่องวัดชีพจร เครื่องวัดความเร็ว ที่ผู้รักการออกกำลังกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือกล่าวสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือเหมือนเอานาฬิกาปกติของเราไปรวมเข้ากับสมาร์ทโฟน บางรุ่นนั่นเองครับ แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งของ i'M Watch คือ เรื่องแบตเตอรี่ที่หมดค่อนข้างเร็ว ทำให้ใช้งานได้ไม่ค่อยเต็มที่
สมาร์ทวอทช์ที่โด่งดังเป็นตัวแรก ๆ เลยก็คงหนีไม่พ้น i'M Watch ของบริษัท Blue Sky ประเทศอิตาลี ซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ในตอนเปิดตัวนั้นสามารถเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยทีเดียวครับ เพราะเป็นสมาร์ทวอทช์ตัวแรก ๆ ที่ทำงานได้ค่อนข้างสมบูรณ์ เช่น การเชื่อมต่อกับระบบบลูทูธ (Bluetooth) เวลามีสายเรียกเข้าก็สามารถรับจากนาฬิกาได้ กดเบอร์โทรออกจากหน้าจอสัมผัสได้ เวลามีข้อความจากเอสเอ็มเอส อีเมล หรือโซเชียลต่าง ๆ เข้ามาก็จะเด้งขึ้นมาที่นาฬิกาของเรา รวมถึงความสามารถในการเชื่อมนาฬิกาเข้ากับเครื่องวัดชีพจร เครื่องวัดความเร็ว ที่ผู้รักการออกกำลังกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือกล่าวสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือเหมือนเอานาฬิกาปกติของเราไปรวมเข้ากับสมาร์ทโฟน บางรุ่นนั่นเองครับ แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งของ i'M Watch คือ เรื่องแบตเตอรี่ที่หมดค่อนข้างเร็ว ทำให้ใช้งานได้ไม่ค่อยเต็มที่
สมาร์ทวอทช์อีกหนึ่งตัวที่คนพูดถึงกันมากก็คือ Pebble การเกิดนาฬิกาฉลาด Pebble นี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจครับ เพราะแรกเริ่มเดิมทีเงินลงทุนจากโครงการนี้ไม่ได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เกิดจากการระดมทุนจากคนมากถึงเกือบ 70,000 คนผ่านทางเว็บไซต์ Kickstarter คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะไม่ยังไม่รู้จักเว็บไซต์นี้ ผมขออธิบายให้ฟังสั้น ๆ เข้าใจง่าย ๆ ครับว่า เว็บไซต์ Kickstarter นั้นเป็นเหมือนตัวกลางให้ใครก็ตามที่มีไอเดีย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรแต่ไม่มีเงิน นำเสนอไอเดียผ่านกระบวนการคล้าย ๆ กับการขอสปอนเซอร์ทำโครงการทั่วไป เพียงแต่เป็นการขอสปอนเซอร์จากเงินระดมทุนของทุก ๆ คนที่เข้ามาเว็บไซต์นี้และเห็นว่าไอเดียที่เราเสนอนั้นน่าสนใจ ซึ่งนาฬิกาฉลาด Pebble ก็เกิดมาจากการระดมทุนด้วยวิธีนี้ล่ะครับ โดย Pebble มีจุดเด่นคือการใช้หน้าจอแบบ E-Paper หรือกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยี E-Ink แบบเดียวกับที่ใช้บนเครื่องอ่านอีบุ๊ก โดยจะทำให้ประหยัดพลังงานมากกว่าของแบรนด์อื่น ชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้งก็ใช้ได้หลายวันเลยทีเดียว
ด้วยความที่สมาร์ทวอทช์ยังมีอะไรให้พัฒนาได้อีกมาก ทำให้การแข่งขันในตลาดสมาร์ทวอทช์เป็นที่น่าติดตามมากครับ ในปีนี้บริษัทผู้ผลิตใหญ่ ๆ แข่งขันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิล,กูเกิล, ไมโครซอฟท์, โซนี่ หรือแม้แต่สมาร์ทวอทช์ตัวใหม่ที่เปิดตัวเมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ของค่ายซัมซูง ที่ใช้ชื่อว่า Samsung Galaxy Gear เรียกว่างานนี้ต้องจับตามองการแข่งขันอย่างตาไม่กระพริบเลยทีเดียวครับ
ส่วนในมุมมองของผู้ใช้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ แน่นอนครับว่ามันก็น่าสนใจอยู่แล้ว แต่เราก็ควรที่จะต้องพิจารณาว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตัวนั้นเหมาะกับเราไหม สามารถเข้ามาช่วยเราทำงานหรือใช้ชีวิตได้ดีขนาดไหน คุ้มค่ากับเราแค่ไหน ไม่ใช่ว่าอะไรออกมาใหม่เราก็ตามกระแสกว้านซื้ออย่างไม่คิด บางครั้งเราก็จำเป็นที่จะต้องพิจารณาดูในหลาย ๆ มิตินะครับ เพราะมีแต่ตัวเราเองเท่านั้น ที่สามารถตอบได้ดีที่สุดว่าของชิ้นหนึ่ง ๆ เหมาะกับเราขนาดไหน.